Categories

 

 

ก่อนสาวเท้าก้าวข้ามไปอีกประเทศ ขอย้อนกลับไปบอกกล่าวที่จุดเริ่มต้นที่ทำให้ดิ้นรนมาโดดเดี่ยวที่เมืองโรแมนติกอย่างนี้ 

3 เดือนที่แล้ว แยม เพื่อนเรียนสมัยปริญญาตรี ที่ไปจบโทจากสเปนกลับมาเยี่ยมบ้าน  เธอไปนอกตั้งแต่เรียนจบไม่นาน ไปเรียนต่อและท่องเที่ยวอยู่หลายประเทศ ทั้งออสเตเรีย อเมริกา และสุดท้ายก็มาเรียนจบโทการโรงแรมที่ประเทศสเปน

สังคมที่แตกต่างมักจะเปลี่ยนให้เราต่างไป ไม่ด้วยรูปลักษณ์ภายนอกก็จิตใจข้างใน แต่สิ่งที่แยมเปลี่ยนก็แค่ภายนอกเท่านั้น จากที่เป็นสาวหมวย ใส่แว่น รูปร่างท้วม ดูลุยๆ ไม่แต่งหน้า ชอบถ่ายภาพ เป็นผู้หญิงสไตล์อาร์ต หลายปีที่เมืองนอกจากสาวอาร์ตก็กลายเป็นสาวเปรี้ยว ผมสีน้ำตาลไฮไลท์สีทอง สลัดแว่นตาทิ้งแล้วกรีดอายไลน์เนอร์คมเข้ม แต่ความเป็นเพื่อนของเราก็ยังเหมือนเดิม แล้วเราก็ได้ปาตีร์กันตามประสาเพื่อนฝูงถามไถ่ถึงความเป็นไปที่ไม่ได้เจอกันนาน 

ช่วงนี้เซ็งโคตร ฉันไปอยากเที่ยวเมืองนอกวะ ไปเที่ยวแล้วไปพักกับแกได้เปล่า

เออ...เอาดิมาเลย นอนโซฟาได้นะแก

แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องไปเข้าจริงๆ แล้วนี่สิ อุปสรรคก็เริ่มต้นขึ้น

 

3 เดือนต่อมา แยมกำลังจะย้ายไปทำงานเป็นผู้ช่วยผู้จัดการโรงแรมระดับห้าดาวอยู่ที่ประเทศ Andorra เป็นประเทศเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ตรงกลางระหว่างประเทศฝรั่งเศสกับสเปน เป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยวของชาวยุโรปที่เค้านิยมไปกัน แต่จากประเทศไทยก็ไม่มีสายการบินใดไปลงที่ประเทศนี่เลยด้วยซ้ำ ซึ่งความจริงแล้วหากบินไปลงที่ Barcelona จะใกล้ที่สุดในการเดินทางเข้าประเทศนี้ แต่เนื่องจากไม่สามารถหาตั๋วเครื่องบินที่วันและราคาตามที่ต้องการได้ แยมจึงแนะนำให้ไปลงที่ฝรั่งเศสก่อน แล้วค่อยต่อเครื่องมาลงสเปน ทำเช่นนี้จะถูกว่า แต่ไหนๆ ก็ไปลงฝรั่งเศสแล้วก็ไม่อยากให้เสียเที่ยวขอแวะสักหน่อยเถอะ  นี่คือจุดเริ่มต้นของแผนที่เปลี่ยนไป

ไปลงฝรั่งเศสเหรอก็ดีวะ แวะเที่ยวที่นั่นด้วยดีไหมแก

เอาดิ...ฉันก็ไม่เคยไปฝรั่งเศสเหมือนกัน แยมตบปากรับคำ

แล้วปฏิบัติการข้ามทวีปก็เริ่มต้นอย่างเป็นทางการ เริ่มจากดำเนินการเรื่องขอวันหยุดพักร้อนล่วงหน้ากับที่ทำงาน เพราะจริงๆ แล้วยังทำงานที่นี่ไม่ครบปีจึงยังไม่สามารถลาพักร้อนได้ แต่ก็ดีที่เค้าให้อาศัยยืมวันหยุดของปีหน้าเอาได้ ไปทำพลาสปอตเล่มใหม่ และก็ไปทำเรื่องขอวีซ่าด้วยตัวเองที่สถานทูตฝรั่งเศส แยมจะค่อนข้างบินไปกลับอยู่บ่อยๆ จึงแนะนำให้ไปทำด้วยตัวเองไม่ต้องไปจ้างพวกเอเยนทำให้เสียเงินเสียทอง เพียงแค่มีจมหมายรับรองจากบริษัทว่ามีการทำงานที่มั่นคง เงินในบัญชีที่พอจะแสดงได้ว่าไม่ได้ไปหนีอยู่ประเทศเค้าแน่ๆ อันนี้ก็อาศัยยืมเงินพี่เงินเพื่อนให้โอนเข้ามาเพื่อแต่งบัญชีไว้ก่อน และก็ต้องรีบตื่นแต่เช้าเพื่อแว๊บไปสถานทูตก่อนเข้างานอยู่หลายครั้ง ติดปัญหาอยู่บ้างเล็กน้อย เพราะพลาสปอตขาวสะอาดทุกหน้า แถมยังเป็นผู้หญิงไปคนเดียว ก็ต้องมีการสร้างสถานการณ์เพิ่มความเชื่อถือกันเล็กน้อย ตั้งแต่การแต่งตัวให้ดูมีชาติตระกูล อ้างอิงชื่อเพื่อนชื่อมหาวิทยาลัยว่าเรียนอยู่ที่โน้น แล้วเราจะไปเยี่ยมแต่ไม่ได้ไปพักกับเค้า โดยมีเอกสารมีจองโรงแรมผ่านทางอินเทอร์เน็ตแนบไปด้วย ไม่งั้นต้องมีจดหมายเชิญจากคนที่โน้นให้วุ่นวายเข้าไปอีก  ในที่สุดก็ได้ตั๋วเครื่องบิน พลาสปอร์ต และเชงเก้นวีซ่าครบ ลัล ลัล ล่า...ยุโรปๆ เจอกันล่ะคราวนี้

 

3 วันก่อนการเดินทาง ตึ๊ง...เสียง MSN จากแยมดังขึ้น

แกยังสามารถเลื่อนตั๋วไปก่อนได้เปล่าวะ ฉันไม่สามารถลาหยุดงานมารับและเที่ยวที่ฝรั่งเศสกับแกได้แล้ววะ

อ้าว...เฮ้ย ๆๆๆ มัยวะ แล้วจะให้เลื่อนไปเมื่อไรวะ

นายไม่ให้ลาแล้ว ช่วงนั้นเป็นวันหยุดยาวของที่นี่แขกมันจะเยอะอะ เลื่อนตั๋วไปสักช่วงสงกรานต์แทนเลยได้เปล่า

ไรฟะ...ตอนนี้เป็นเดือนธันวา ส่วนวีซ่าที่ขอมาก็ใช้ได้แค่เดือน ซึ่งแยมก็บอกว่าจะออกค่าวีซ่าทำใหม่ให้ก็ได้ ไอ้เรื่องเงินนะไม่เท่าไรหรอก แต่แหมมก็อุตส่าห์บากหน้าไปขอนายหยุดล่วงหน้า ให้คนโอนเงินมาแต่งบัญชี แอบเข้างานสายเพื่อไปทำพลาสปอร์ตและวีซ่า ควานหาตั๋วเครื่องบินจนได้ มันเหมือนขาข้างหนึ่งเหยียบเข้ายุโรปไปแล้ว จะให้ชักกลับก็จี๊ดใจอยู่

แล้วแกมารับฉันที่สเปนได้หรือเปล่าล่ะ แล้วฉันจะหาคนรู้จักเป็นเพื่อนเที่ยวที่ฝรั่งเศสเอง

การดันทุรังอะไรผิดๆ ก็สร้างความเดือดร้อนให้ทั้งตัวเองและผู้อื่น

 

3 วัน ที่ต้องหาคนพาเที่ยว หรืออย่างน้อยก็พึ่งพายามฉุกเฉินได้ โดยเริ่มจากโทรศัพท์หาเพื่อนที่จบจากฝรั่งเศสก่อนว่ามีเพื่อนอยู่นั่นบ้างไหม พอจะพาเที่ยวได้หรือเปล่า แต่ปรากฏว่าตอนที่เพื่อนก็เรียนอยู่ไม่ได้อยู่ปารีสเป็นอีกเมืองหนึ่ง แล้วสัปดาห์นั่นเพื่อนๆ ชาวฝรั่งเศสก็มีแผนจะไปเที่ยวที่อื่นกันพอดีจึงไม่สามารถมารับหรือดูแลได้เลย จึงได้แค่บทเรียนภาษาฝรั่งเศสพอใช้ยามฉุกเฉินนั่นล่ะ

เป้าหมายต่อไปคือ พี่ที่ทำงานเก่าผู้เชี่ยวชาญการท่องเที่ยวปารีส ซึ่งได้ข่าวว่ามีแผนจะไปเที่ยวลอนดอนช่วงนั่นพอดี จึงรีบไปหาและพยามยามโน้มน้าวให้เปลี่ยนใจมาปารีสแทน หรือแวะมาเที่ยวกันในช่วงนั้นเป็นเพื่อนกันหน่อยก็ยังดี แต่ก็ไม่สำเร็จอีกแล้ว เลยได้เป็นแผนที่ บวกกับการแนะนำการเดินทางท่องเที่ยว การดำรงชีวิตอยู่ที่นั่นได้อย่างแม่นยำทีเดียว 

ยังไม่หมดความพยายาม เป้าหมายต่อไป คือ หนึ่ง เป็นเพื่อนที่ไม่คุยด้วยมานานมากแล้ว เนื่องจากมีเรื่องผิดใจกันไป ทำให้ตั้งใจว่าจะไม่ติดต่อด้วยอีก ซึ่งความจริงแล้วเป็นเพื่อนของ ดล แฟนเก่าฉันมากกว่า และก็กำลังเรียนอยู่ที่ลอนดอนกับดลในตอนนั้นพอดี ฉันเลิกกับดลไปประมาณ 5-6 เดือนก่อนที่จะไปเที่ยวฝรั่งเศส เพราะเดิมทีตั้งใจจะไปหาเค้าที่กำลังเรียนโทอยู่ที่ลอนดอนช่วงนี้นั่นแหละ แต่ก็มารู้ก่อนว่าเค้าไปคบคนอื่นแล้วที่นั่นจึงเลิกติดต่อกันไป และนี่ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ไม่ยอมล้มเลิกการตั้งใจจะไปเที่ยวต่างประเทศ ด้วยความอีโก้ที่ว่า ไม่มีเธอฉันก็ทำได้

การไม่คุยกับหนึ่งไม่ใช่สาเหตุเพราะการเลิกกับดล เรื่องที่ผิดใจกันก็เลยผ่านไปหลายเดือนแล้ว จึงแกล้งทำเป็นลืมๆ ไป และตัดสินใจส่งอีเมล์ไปหาหนึ่งว่ามีเพื่อนอยู่ที่ปารีสบางหรือเปล่าหรือมีใครพอจะมีแผนมาเที่ยวฝรั่งเศสช่วงนั้นบ้างไหม จะได้เที่ยวด้วยกัน  

หนึ่งให้ความช่วยเหลือเป็นอย่างดี เริ่มจากถามเพื่อนในกลุ่มอีกคนให้ พอดีว่าแม่เค้ามีคนรู้จักอยู่ที่ฝรั่งเศส ซึ่งเป็นคนฝรั่งเศสเลย แต่ทว่าคงคุยกับเค้าไม่รู้เรื่อง และเค้าก็ไม่ได้สะดวกถึงขั้นจะพาเที่ยว จึงปฏิเสธการช่วยเหลือนี้ไปโดยปริยาย แต่หนึ่งก็ยังไม่หมดความพยายามที่จะให้ความช่วยเหลือต่อ รู้สึกผิดมากมายอยู่เหมือนกันทั้งๆ ที่ไปโกรธเอาซะนาน ก็เค้าน่ะสนิทน้อยที่สุดในบรรดาทุกๆ คนที่ขอความช่วยเหลือมาตั้งแต่ต้น แต่เค้ากลับเป็นคนเดียวที่ดูจะตั้งอกตั้งใจให้การช่วยเหลือ

ดังนั้นหนึ่งจึงเสนออีกทางเลือกให้ ซึ่งเป็นทางเลือกที่ทำให้คิดอยู่นาน...นานมากว่าจะรับความช่วยเหลือดีไหม นั่นก็คือ ดล เพราะเค้าเองก็มีญาติอยู่ที่ฝรั่งเศสเช่นกัน ด้วยความที่หมดหนทาง จึงยอมลดอีโก้เพราะไม่อยากเป็นอีโง่อยู่ที่ฝรั่งเศส และเลยกำหนดที่จะสามารถเลื่อนตั๋วได้แล้วด้วย จึงยอมให้หนึ่งขอความช่วยเหลือจากดลให้

การขอความช่วยเหลือครั้งนี้กับเงียบหายไปกับสายไฮสปีดอินเทอร์เน็ต หนึ่งเล่าให้ฟังว่าดลโทรกลับมาหาแม่ที่ประเทศไทยให้ช่วยติดต่อญาติที่ฝรั่งเศสให้ และพี่สาวเค้าก็รับปากกับดลว่าจะช่วยติดต่อญาติและโทรมาบอกฉันเอง จนถึงสนามบินก็ไม่มีใครจากดลโทรมาหาสักคน มันปี๊ดดดด โมโห และเสียฟอร์มมากๆ ที่ยอมลดอีโก้แต่สุดท้ายก็กลายเป็นอีโง่อยู่ดีที่ตัดสินใจผิดพลาดไปขอความช่วยเหลือจากดล เพราะเดิมทีตั้งแต่เลิกกันไปก็ปิดการสื่อสารกับเค้าทุกทาง แต่นี่กลับต้องไปขอความช่วยเหลือที่สุดท้ายก็ถูกละเลยจากเค้า...จำเอาไว้เลยนะ จะไม่มีวันพึ่งพาอะไรผู้ชายคนนี้อีก

 

ในที่สุดก็เที่ยวปารีสด้วยตัวเองคนเดียวได้อย่างสบาย ก่อนจะลากกระเป๋าออกจากปารีสก็ส่งอีเมล์ฟรีจากที่พักไปบอกขอบคุณหนึ่งที่พยายามหาทางช่วยเหลืออย่างที่สุด พร้อมกับบอกเค้าไปว่าดลไม่ได้ให้ความช่วยเหลือใดๆ กลับมาเลย และฉันกำลังจะเดินทางต่อไปหาเพื่อนที่สเปนแล้ว ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องอาศัยความช่วยเหลือจากใครแล้ว ระดับอีโก้พุ่งปี๊ดขึ้นอีกครั้ง รู้สึกอยากลุกขึ้นยืนท้าวเอวแล้วหัวเราะ โฮะๆๆๆ ออกมาดังๆ ถึงความเก่งกล้าของตัวเอง

 

แต่ไม่นึกเลยว่าความรู้สึกแบบนี้มันจะอยู่ไปได้อีกแค่วันเดียวเท่านั้น

 

 

 

 

edit @ 26 Mar 2010 18:18:25 by หมี่แห้ง

Comment

Comment:

Tweet

ชอบมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกอ่านกี่ทีก็ฮาปนสงสารอ่ะ

#3 By ซูซี่ (115.67.229.1) on 2010-05-02 23:52

ในชีิวิตคงไม่มีเรื่องมหัศจรรย์แบบนี้ให้เขียนอีกแล้ว ภาวนาอย่าให้มันเกิดขึ้นอีกเลย ถ้าหาพลอตดีๆ ได้ต่อไปหวังว่าจะเป็นความโรแมนติกจิงๆ ^^

#2 By หมี่แห้ง on 2010-03-22 21:25

ดีนะที่แกเขียนเรื่องไว้ ไม่งั้นชั้นก็จำไม่ได้หรอกว่าโทรไปบอกเลื่อนวันกับแก...​เมื่อไหร่ตอนต่อไปจะลงมาล่ะ ชั้นก็ว่าจะเขียนเรื่องบ้าง แต่ก็ว่าจะว่าจะ จนบัดนี้ยังไม่ได้เริ่มทำอะไรสักอย่าง... อย่าลืมลงหลายๆ เรื่องล่ะ เขียนเรื่องมันส์ๆ ต่อไปล่ะ

#1 By "แยม" (83.36.106.84) on 2010-03-22 21:18