Categories

 

อันดอร์ร่า (Andorra) ในที่สุดก็มาถึง ประเทศนี้ตั้งอยู่บนเทือกเขา Pyrenees ระหว่างประเทศฝรั่งเศสกับประเทศสเปน มีอาณาเขตเล็กกว่าเกาะภูเก็ตด้วยซ้ำ ส่วนภาษาที่ใช้จะเป็นภาษาคาตาลัน คือ ทั้งสเปนและฝรั่งเศส เพราะแยกตัวออกมาจากทั้ง 2 ประเทศ ลักษณะการเดินทางก็ต้องขับรถไปตามภูเขาขึ้นลง ภูเก็ตว่าเจริญแล้ว แต่ที่นี่เจริญกว่ากันริบลับ มีบ้านเรือนสวยงามมากมายและย่านการค้าที่ผู้คนคับคั่ง ก็อาจจะเพราะขายสินค้าปลอดภาษีด้วยส่วนหนึ่ง นักท่องเที่ยวชาวยุโรปด้วยกันจึงนิยมเดินทางมาช้อปปิ้ง และเล่นสกีที่นี่ในช่วงหน้าหนาว จึงมีโรงแรมมากมาย แต่ที่เป็นระดับ 5 ดาวจริงๆ มีเพียงแค่ 3 โรงแรมเท่านั้น ซึ่งโรงแรมที่แยมทำงานอยู่ก็เป็นหนึ่งในสามนั้นด้วย

จากที่คาดการณ์ไว้ว่าทุ่มตรงจะต้องอันดอร์ร่า ตอนนี้ก็ปาเข้าไปตีหนึ่งกว่า เราขับรถมาถึงหน้าโรงแรมที่ทำงานและที่พักของแยมด้วยความเหนื่อยอ่อนสุดๆ แต่ทว่าโรงแรมที่นี่เค้าไม่ทำที่จอดรถกัน จะจอดได้แค่ริมฟุตบาทด้านหน้าราวๆ 10 คันตามหน้ากว้างของโรงแรม ดังนั้นมันจึงเต็มไปเรียบร้อย ทำให้ต้องขับวนลงมาจอดเชิงเขาด้านล่างเป็นที่โล่งสาธารณะแทน

ท้องฟ้าตอนนี้มืดมิด มีเพียงแสงไฟสีส้มนวลๆ จากเสาไฟฟ้าทางเดินริมถนน ฉันเงยหน้ามองไปที่แสงไฟ แล้วก็เห็นเกร็ดขาวๆ ดูนุ่มนวลลอยลงมาจากฟากฟ้า

หิม...หิมะแรกของฉัน พร้อมกับแบมือเปล่าๆ ที่ไม่มีถุงมือกันหนาวออกมาสัมผัสหิมะ แล้วลมหนาวก็กรรโชกเข้ามาปะทะร่าง ฟิ้ว.....

ความโรแมนติกของบรรยากาศ ความประทับใจในหิมะแรกหยุดลงตรงนั้น สภาพร่างกายที่ตื่นมาตั้งแต่ตีห้า โดนโจรปล้น อดข้าว รถโดนยก หมดตัว แถมไม่มีหมวกกับถุงมือไว้กันหนาว เพราะอยู่ในกระเป๋าสะพายที่ไอ้แว๊นนั่นเอาไป อุปสรรคที่ต้องผ่าฟันมากว่า 22 ชั่วโมง แล้วก็ต้องมาโดนความหนาวเย็นของหิมะถาโถมลงใส่หัว ลมที่กรรโชกร่างแทบจะปลิวตกเขา ซ้ำยังต้องลากกระเป๋าเดินทางเดินขึ้นเขาไปที่โรงแรมอีก

พอเถอะ...วันนี้พอแค่นี้เถอะโชคร้ายจะบอกใครได้ ทำแค่ได้แค่ตะโกนอยู่ในใจตัวเอง

 

 

ที่พัก โรงแรมห้าดาวที่แยมทำงาน นั่นคือแผนเดิมทีที่ตั้งใจว่าจะมาพักฟรีในห้องพักพนักงานของแยมที่โรงแรม แต่ฝันก็ต้องสลายลงอีกครั้ง เพราะทั้งเมืองดูเหมือนจะมีฉันและแยมเป็นคนไทยและอาจเป็นคนเอเชียแค่ 2 คนในประเทศนี้ก็ว่าได้ ดังนั้นหากจะแอบเข้าไปพัก ผู้จัดการโรงแรมก็จะรู้ทันทีว่าแยมเอาเพื่อนแอบมาอยู่ด้วย ดังนั้นฉันต้องหา Hostel ราคาถูกแบบที่ฝรั่งเศสพัก แล้วป่านนี้แล้ว เงินก็ไม่มีจะทำยังไงล่ะชีวิต

ชีวิตคนเรามันไม่ได้เจอโชคร้ายด้านเดียวเสมอไป เมื่อผู้จัดการโรงแรมรู้เรื่องความซวยต่างๆ นาๆ ของเรา จึงอนุญาตให้ฉันเข้าพักได้ในโรงแรมในเครือที่อยู่ฝั่งตรงข้าม เป็นโรงแรมระดับ 4 ดาว พร้อมทั้งบุฟเฟ่อาหารเช้าและค่ำเริ่ดหรู ในราคาเท่าๆ กับ Hostel ที่ตั้งใจจะไปพักเพียง 21 ยูโรต่อคืน OMG!! ราคาเต็มๆ แล้วอยู่ที่ประมาณคืนละ 150 ยูโรเชียว

กราเซียมากๆ คะคุณผู้จัดการ แต่ถึงจะถูกมากแล้วก็ไม่มีเงินพอที่จะจ่ายอยู่ดี แยมอาสาจะช่วยจ่ายให้ก่อน แต่ฉันขอให้ช่วยรับซื้อโทรศัพท์มือถือสมบัติติดตัวชิ้นสุดท้ายของฉันเพื่อจ่ายเป็นค่าที่พักแทน

คืนนี้ขอนอนอย่างสบายหน่อยล่ะ

 

ฟ้าใหม่ในอันดอร์ร่า ฉันตื่นขึ้นมาในอากาศที่อบอุ่นกำลังดีจากฮีทเตอร์ จึงลุกเดินไปเปิดระเบียงห้องนอนชั้น 3 ออกไปดูวิวยามเช้า ทำเลห้องดีมาก มองลงไปเป็นสระว่ายน้ำที่ตอนนี้กลายเป็นลานน้ำแข็งไปแล้ว เงยหน้ามองเห็นบ้านเรือนไม้ผสมหินแบบอันดอร์ร่า มองเลยไปเป็นแสงสว่างที่คืบคลานมาหลังทิวเข้าที่มีหิมะปกคลุม ฟิ้ว...แล้วลมหนาวก็ปะทะร่างอีกครั้ง อู๊ย..หนาวๆ ได้เวลากินข้าวแล้วล่ะ

อาหารเช้า..ที่เป็นอาหารจริงๆ มื้อแรกตั้งแต่เดินทางมายุโรป นี่สิ..ถึงเรียกว่า Breakfast ออมเล็ท เสค็มเบิ้ล พาสต้า แฮมเป็น 10 ชนิด สลัดผัก และน้ำสลัด น้ำผลไม้ให้เลือกมากมาย กินเข้าไปไม่มีชาร์ทเพิ่ม ไม่แคร์สายตาบริกรชาวยุโรปที่มาบริการชาวเอเชียอย่างฉันแบบงงๆ อิ่มแปร่อย่างมีความสุขแล้วรอเวลาแยมเลิกงานตอนเที่ยงเพื่อจะไปเที่ยวกันต่อ โปรแกรมสำหรับวันนี้ คือ ซิตี้ทัวร์

 

 

 

คนไทยน้อยคนนักที่จะรู้จักอันดอร์ร่า และการมาเที่ยวก็ไม่ได้มาสะดวกนัก ไม่ได้บรรจุรวมอยู่ในโปรแกรมทัวร์ยุโรปใดๆ เพราะถ้าแค่จะมาเล่นสกีเฉยๆ ถือว่าแพงเกินไป ไม่คุ้มการจัดทัวร์ จุดนี้ถือว่าฉันเก๋มากที่ได้มาเยือนประเทศนี้ในราคาถูกเช่นนี้ ในเมืองคร่าคร่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวชาวยุโรป เพราะเป็นช่วงวันหยุดต่อเนื่องของชาวสเปนพอดี เราแวะมานั่งในร้านกาแฟน่ารักๆ จิบกาแฟและกินเบเกอร์รี่นิดหน่อยตามอัตภาพ ทำเก๋ไปตามเรื่องตามราว และก็ถ่ายรูปกับตุ๊กตาหิมะตัวมโหฬาร เพราะเป็นช่วงใกล้คริสมาสต์แล้ว นักท่องเที่ยวเดินให้เต็มถนนไปหมดเบียดเสียดแน่เอียดเหมือนแย่งกันซื้อของสินค้าลดราคาในงานกาชาด แต่ที่นี่คนขับรถจะหยุดให้คนข้ามถนนตลอดเวลา ไม่ว่าจะข้ามไม่เป็นที่เป็นทางแค่ไหนก็ไม่มีการบีบแตรด่าแต่อย่างใด เพราะกฎจราจรเค้าเข้มงวดมาก และค่าปรับก็แพงแสนแพงอย่างที่พวกเรารู้ซึ้งกันดี

ส่วนห้างสรรพสินค้าไม่ได้เป็นตึกใหญ่โต ลักษณะเป็นเหมือนตึกร้านค้ามีแค่ 2 -3 ชั้น ที่อยู่ติดๆ กันเต็มไปหมด แต่สินค้าที่ขายล้วนแต่ Brand name ทั้งนั้น แม้จะปลอดภาษีแล้วราคาก็ยังไม่ถูกเท่าไร ทว่าก็ยังไม่ถึงช่วงลดราคา จะต้องรอเข้าช่วงสัปดาห์คริสมาสต์ก่อนของจึงจะถูกลงไปอีก เนื่องจากเครื่องสำอางทั้งหมดของฉันก็ติดกระเป๋าไปกับที่ไอ้แว๊นที่ขโมยไปนั่น จึงต้องหาซื้อสักหน่อยแล้ว แต่ก็ตัดใจซื้อไม่ได้อยู่ดีราคาตอนนี้ก็ไม่ได้ต่างจากซื้อเมืองไทยตอนช่วงลดราคา 10 % ที่แผนกเครื่องสำอางเหมือนกัน เพราะค่าเงินตอนที่ไปก็แพงเอาการอยู่ แถมยังต้องเก็บเงินสดไว้ใช้ยามฉุกเฉิน เลยมีปัญญาซื้อได้แค่ลิปกลอสแท่งเดียวเพื่อกันปากแตกไปก่อน ถึงจะไม่ใช่คนแต่งหน้าจัดจ้าน แต่การไม่มีเครื่องสำอางเลยพร้อมกับลมหนาวที่กระแทกหน้าอยู่ตลอดเวลาก็แย่กับฉันพอควรทีเดียว

 

 

 

 

 

 

 

หลังจากซิตี้ทัวร์เสร็จเราก็กลับมายังที่พักเพื่อรอเวลาท่องราตรีต่อ ฉันกลับไปกินอาหารสุดหรูของโรงแรมตามที่รวมในโปรโมชั่นห้องพักอันถูกแสนถูก ส่วนแยมกลับเข้าไปทำงานอีกครั้งตอนหนึ่งทุ่มและจะเลิกงานอีกทีตอนสี่ทุ่ม แล้วค่อยพาไปศึกษาชีวิตกลางคืนของชาวอันดอร์ร่าว่าเป็นยังไง

 

เดี๋ยวเราไปรวมตัวกันที่ห้องพักลูกน้องฉันก่อน ตกดึกแยมมาเคาะห้อง

แล้วทุกคนทยอยมารวมกันที่ห้องพักพนักงานห้องหนึ่งฉันจำไม่ได้แล้วว่าเป็นห้องของใคร ลูกน้องแยมมีหลายเชื้อชาติส่วนใหญ่ก็เป็นชาวสเปน มีทั้งหญิงและชายประมาณ 4-5 คนที่จะออกท่องราตรีกับเราในคืนนี้  มีทั้งแบบที่สักเต็มตัวไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นพนักงานบริการของโรงแรมได้ แต่ทุกคนก็พยายามจะสื่อสารภาษาอังกฤษกับฉันแทนภาษาสเปน คุยกันรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง แต่ที่รู้คือ ทุกคนตกใจที่ได้ฟังเรื่องของเราทั้งหมดที่ไปผจญภัยกันมาจากบาร์เซฯ เล่าจบเราก็ออกตัวจากจุดสตาร์ท

แยมเดินไปไหนอะ รถเราจอดทางซ้ายนี้นิ

นี่ทางขวานี้ ถึงแล้ว

ไนท์ไลท์ของชาวอันดอร์ร่าห่างจากที่พักเราแค่ 500 เมตร เราไปเที่ยวผับกัน ลักษณะก็เหมือนผับทั่วไปที่มีบาร์ขายเหล้า เวทีไว้เล่นไลท์โชว์หน่อยนึ่ง และโต๊ะพลู แบบนี้ก็ไม่ต้องกลัวเมาไม่ขับแน่นอน ฉันและเพื่อนใหม่ชาวอันดอร์ร่าจึงชนแก้วฉลองความซวยกันไปพักใหญ่ แดนซ์กันอยู่ได้สักพัก เพล้ง...เพื่อนเริ่มเซหันมาชนแก้วฉันแตก แก้วแตกเป็นเรื่องธรรมชาติ อย่าไปคิดมาก และแล้วก็เริ่มมีฝรั่งตีกัน ผับที่ไหนๆ ก็เหมือนกันทั้งนั้น อย่าไปคิดมาก ฉันบอกตัวเองอีกครั้ง

 

วันนี้พอแค่นี้เถอะ ไม่มีอะไรจะซวยกว่าเมื่อวานนี้ได้อีกแล้ว (ละมั้ง)

edit @ 10 Apr 2010 12:56:39 by หมี่แห้ง

Comment

Comment:

Tweet

cry cry

#1 By Fairy on 2014-06-14 22:19