Categories

 

         11.10 ก็มาถึงสนามบิน Beauvais ฉันกำลังยืนรอกระเป๋าที่โหลดออกมา รู้สึกหงุดหงิดพอสมควร นึกไปถึงพนักงานที่เคาน์เตอร์เช็คอินที่สนามบินบาร์เซโลน่า เพราะตั้งใจว่าจะถือกระเป๋าขึ้นเครื่องเพื่อไม่ให้เสียเวลามารอกระเป๋าที่นี่แต่พนักงานไม่ยอม ที่เคาน์เตอร์จะมีที่ชั่งน้ำหนักกระเป๋า หากของใครเกิน 10 กิโลกรัม ก็จะต้องจ่ายเงินเป็นค่าโหลดขึ้นเครื่องไป พนังงานก็จะทำหน้าที่อย่างเข้มงวดเพื่อให้ได้เงินเพิ่ม

                กระเป๋านี่ของถือขึ้นไปได้ไหมค่ะ มันหนักเกินมาแค่กิโลเดียวเอง

                ไม่ได้ค่ะ เป็นกฎ คุณต้องจ่ายเงินแหม่..กดเงินในกระเป๋าน่ะสิ

                เงินจ่ายไว้ตั้งแต่จองตั๋วแล้วค่ะ แต่อยากถือขึ้นไปเองมากกว่า

                งั้นจ่ายเงินแล้ว จะถือเองทำไมล่ะค่ะ ก็เอามาโหลดไว้ล่ะค่ะ

                พนักงานคนนั้นคงจะกลัวว่าเราจะไปเคลมเงินคืนมากกว่า แต่ไม่อยากเสียเวลาทะเลาะด้วยแล้ว โหลดก็โหลด

 

                หลังจากได้กระเป๋า ก็รีบวิ่งมายังที่จอดรถแท็กซี่ ด้วยความมั่นใจตามแผนที่วางอย่างเรียบร้อย

                พี่ค่ะ ช่วยไปส่งที่สถานีรถไฟนี้หน่อยค่ะ จะต้องต่อไปยังสนามบิน CDG”

                เครื่องคุณออกกี่โมง

                ต้องไปเช็คอินตอนบ่าย 2 คะ พลางนึกในใจว่าจะถามทำไม ให้ไปส่งสถานีรถไฟก็ไปเหอะ

                คุณรู้หรือเปล่าว่ารถไฟขบวนนี้มันออกเป็นรอบ มีรอบแรก 11.00 ซึ่งก็คือตอนนี้ และเที่ยวถัดไปก็คือ 14.00 นะ คุณไปไม่ทันหรอก ทางเดียวที่จะทันขึ้นเครื่องก็คือต้องนั่งแท็กซี่ไปเลยนี่คือเหตุผลที่ลุงแกถาม ถ้าเป็นแท๊กซี่บ้านเรา พี่โชว์เฟอร์คงไม่สนใจอะไรเลย ได้เงินหรือโกงมิตเตอร์ได้ก็พอ

                เรื่องเดียวที่ไม่มีข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตคือช่วงเวลารถไฟ ทั้งแยมและฉันคิดว่ามันวิ่งออกตลอดเวลาเหมือน RER

                แล้วค่าแท็กซี่เท่าไรค่ะ ถ้าต้องนั่งไปเลย

                115 ยูโร เป็นราคามาตรฐานที่ทางสนามบินกำหนด จะไม่คิดเกินนี้

                ตึ่ง....เหมือนโดนค้อนร้อยปอนด์ทุบหัว พร้อมด้วยอีกาบินผ่าน แล้วเหงื่อเม็ดโตก็ผุดออกจากขมับ..ตื๊ดด ก็มีเงินอยู่แค่ 75 ยูโรเอง จะทำไงล่ะที่นี่

เฮย์..มิส จะไปไหมลุงแท็กซี่ดึงวิญาณฉันกลับเข้าร่าง

ฉันต้องบอกลุงแกไปตามตรงว่ามีเงินไม่พอ  ไม่มีทั้งบัตรเครดิต แต่คุณลุงแท็กซี่ก็พยายามหาทางช่วยสุดฤทธิ์ ส่วนหนึ่งก็น่าเป็นเพราะความใจดีของแกที่รู้สึกได้ และคงเพราะไม่ค่อยมีใครเรียกแท็กซี่เท่าไรด้วย แกพาฉันกลับมาเข้ามาที่เคาน์เตอร์สนามบินว่าจะทำอย่างไรได้บ้าง

                ทำไมค่าแท็กซี่มันแพงอย่างนี้ล่ะ มันไกลกันมากนักเลยเหรอ ยังมีทางไปทางอื่นอีกหรือเปล่าค่ะ สงสัยมากๆ และกลัวว่าจะโดนแท็กซี่หลอก ยังคงแอบสงสัยลุงแกอยู่บ้างเล็กน้อย

                ก็นี่มันคนละเมืองกันนะ โบเวีย คืออีกเมืองนึ่ง ไม่ได้อยู่ในปารีส พนักงานอธิบายพร้อมหยิบแผนที่มาให้ดูว่ามันห่างกันมากทีเดียว

                จี๊ด....ด....ด..เหมือนช็อตซ้ำด้วยเครื่องช็อตไฟฟ้าอีกรอบ ตอนจองตั๋วก็เข้าใจมาตลอดว่าสนามบินมันอยู่ในปารีส

คุณมีเครดิตการ์ดบ้างหรือเปล่า ใช้จ่ายแทนเงินสดได้นะหลังจากหักเขาออกจากหัวฉันไปเสร็จ พนักงานก็พยายามช่วยเหลือต่อ

ดังนั้นเลยเล่าให้ฟังว่าโดนปล้นที่บาร์เซโลน่าทำให้ไม่เหลือบัตรเครดิตสักใบ เผื่อเค้าจะสงสารให้ไปฟรี หรือบริจาคเงินให้สักหน่อย แต่ก็ได้...แค่ความสงสารกลับมา

ฉันพยายามติดต่อกลับมาศูนย์บัตรเครดิตในเมืองไทย เพื่อขอเลขบัตรเครดิตให้แท็กซี่กดรหัสแทนบัตรได้ไหม หรือมีวิธีอื่นช่วยบ้างหรือเปล่า แต่แท็กซี่ก็ไม่สามารถทำได้ต้องใช้บัตรรูดเท่านั้น บัตรเดียวที่จำเบอร์ Call center ได้คือ SCB 0 2777 7777 เค้าบริการได้ประทับอย่างโฆษณาว่าไว้จริงๆ ถึงแม้จะช่วยเหลือเรื่องเงินไม่ได้ แต่พนักงานเค้าก็อาสาจะช่วยติดต่อญาติที่เมืองไทยให้ ถ้าทำแบบนั้นก็คงโทรเองแล้วล่ะ ฉันจำชื่อพนักงานไม่ได้แล้ว แต่ก็ขอขอบคุณเค้ามากๆ  

ยืนวิ๊ง...อยู่อีกพักใหญ่ว่าจะทำอย่างไรดี แล้วคิดถึงแยมขึ้นมา

แกเครื่องลงตอนประมาณ 11 โมงใช่เปล่า เดี๋ยวฉันจะซื้อซิมการ์ดใหม่มาใส่โทรศัพท์แล้วจะโทรไปหาตอนเครื่องลงอีกทีนะ หยิบมือถือมาเช็คสัญญาณแล้วเช็คอีกก็เต็มเปี่ยม แต่แยมก็ยังไม่โทรเข้ามา

รู้หรือยังว่าจะทำยังไงให้ได้เงินมาลุงแท็กซี่เดินกลับมาถามอีกครั้ง

ยังไม่รู้เลยค่ะหน้าเริ่มเจื่อนขึ้นเรื่อยๆ

ลุงแท๊กซี่จึงชี้ทางสว่างให้อีกทาง แกพาเดินมาที่เคาน์เตอร์ Western union bank

           ที่นี่สามารถให้ใครก็ได้โอนเงินผ่านอินเตอร์เน็ทมาเป็นชื่อคุณ แล้วคุณก็ขอรับเป็นเงินสดไปได้เลยทันที

 แสงสว่างเลืองรองเป็นประกายขึ้นวิบวับในหัว แต่ตอนนี้ก็ประมาณทุ่มกว่าแล้วในประเทศไทย จะโทรกลับมาที่บ้านพ่อกับแม่ก็คงไม่มีใครโอนเงินผ่านเน็ทเป็น แบงค์ก็ปิดหมดแล้ว แถมคงต้องเสียเวลาอธิบายอีกนานแน่ๆ อีกอย่างพวกเค้าก็ไม่รู้ว่าฉันเดินทางมาคนเดียวเดี๋ยวจะเป็นห่วงเปล่าๆ แล้วก็ยังช่วยอะไรไม่ได้ แสงสว่างเริ่มริบหรี่อีกครั้ง โทรหาใครดีนะ...

ยืนคิดอยู่พักหนึ่งว่าจะโทรหาใครดี ที่จะโอนเงินแบบนี้เป็น และยอมให้ยืมเงิน 50 ยูโรทันที โดยไม่ต้องอธิบายอะไรมาก เพราะกำลังรีบอย่างที่สุด เนื่องจากเสียเวลาไปพอสมควรแล้ว

ติ๊ก...ต๊อก...ติ๊ก...ต๊อก...รู้สึกเวลาเริ่มปวดรัดหัวใจ พยายามควานหาหนทางความช่วยเหลือในสมอง

ติ๊ง...ภาพข้อความจากอีเมล์ของดลที่โยนเข้าถังขยะไป เหมือนถูก Restore ขึ้นมาอีกครั้ง เค้าถามว่าต้องการความช่วยอะไรบ้างหรือเปล่าก็ผุดขึ้นมาในสมอง ต้องการความช่วยเหลืออะไรบ้าง ไม่ๆ..พยายามสลัดออกไป ฉันเพิ่งจะทำหยิ่งไปเมื่อวานนี้เองนะ ยังไม่ถึง 24 ชั่วโมง แต่ก็นึกทางเลือกอื่นไม่ออก เอาล่ะ...เป็นไงเป็นกัน คงต้องยอมลดอีโก้อีกครั้ง ดีกว่ากลายเป็นขอทานอยู่ที่สนามบิน แล้วมือก็ควานมือถือขึ้นมากดหาชื่อดลไปตามที่สมองสั่ง

ฮาโหล...

อึ้งอยู่ 2-3 วินาทีไม่รู้จะเริ่มต้นพูดว่าอะไรดี หลังจากไม่ได้คุยกันมากว่า 5 เดือน

ตะ...ตะ...ตัวเอง ขอยืมเงิน 50 ยูโรหน่อยสิ เราติดอยู่สนามบิน เงินไม่พอค่าแท็กซี่ เดี๋ยวให้คุยกับเจ้าหน้าที่แบงค์นะว่าต้องโอนเงินยังไงตะกุกตะกักอยู่เล็กน้อยแล้วคำพูดก็พลางพลูออกมาโดยอัตโนมัติของคนที่ใกล้จะจมน้ำตาย

ฉันไม่รู้ว่าดลตอบว่าอะไรบ้าง เอาเป็นสรุปว่าเค้าช่วยเหลือ แล้วก็ยืนโทรศัพท์พรวดเข้าไปให้เจ้าหน้าที่ทันที เพื่อให้เค้าคุยกันต่อถึงเรื่องวิธีโอนเงิน นับว่าครั้งนี้ไม่ได้เป็นอีโง่ไม่ได้เลือกขอความช่วยเหลือผิดคน

ดลต้องสมัครเข้าใช้ระบบก่อนแล้วจึงจะโอนเงินได้ ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก ไม่ได้ใช้เวลามาก แต่ก็ทำไม่ได้

ดลโอนไม่ได้น่ะ เพราะว่าใช้บัตรแบบแคลชการ์ดไม่ใช่เครดิตการ์ด แต่รอแป๊ปนะ เดี๋ยวไปยืมบัตรเพื่อนข้างห้องมาให้ ทำให้ต้องเริ่มขั้นตอนใหม่อีกครั้ง

เน็ตล่มไปแล้วอะ เข้าเว็บมันไม่ได้แล้วความซวยไม่มีที่สิ้นสุด

อ้าว เฮ้ยยย ทำไงอะ เราจะตกเครื่องอยู่แล้ว สติเริ่มแตก

โทรเช็คแล้วมีแบงค์อยู่ใกล้ๆ นี้ เดี๋ยวจะรีบวิ่งไปให้ แล้วเอาเงินสดโอนไปให้แทนนะ

 

ลุงแท็กซี่เดินวนกลับมาดูอาการอีกครั้ง พร้อมกับชายหนุ่มนักท่องเที่ยวอีกคนที่เดินถามหารถแท็กซี่พอดี ลุงแท็กซี่จึงพาเดินมาหาฉันหวังว่าจะให้ช่วยหารค่าแท็กซี่กัน ความหวังส่องประกายขึ้นอีกครั้งแล้วก็ดับวูบลงทันที ก็เค้าดันไปคนละทางซะนี่!!

 

น้ำตาเริ่มซึม พยายามโทรไปยังสายการบ